เฟซบุ้คเพจ

เพิ่มเติมอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับช่องสื่อสารผ่านเฟซบุ้ค https://www.facebook.com/monsoonpages

Saturday, July 6, 2013

น้ำไส้ต้นกล้วย

เผอิญไปเจอ เห็นว่ามีประโยชน์ดี ก็เลยนำมาเผยแพร่กัน


ถ้าการล้างพิษดูทรมานไป.....ลองวิธีนี้ดูค่ะ
น้ำไส้กล้วย ล้าง ตับ ไต ไส้พุง


ประโยชน์จาก แกนกลางต้นกล้วยนี้ ได้ทราบมานานแล้วโดยอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา โทรศัพท์ บอกให้ทราบว่าอาจารย์ไม่สบายมาก ทำอย่างไรก็ไม่หาย ร่างกายแย่อาจจะไม่รอด จนมาต้มน้ำแกนกล้วยดื่ม แล้วดีขึ้นจนหายแข็งแรงเป็นปรกติ หลังจากนั้นอาจารย์ก็เผยแพร่ในรายการ วิทยุและโทรทัศน์ เพื่อบอกกล่าวให้ประชาชนทราบและทำดื่ม จากประสบการณ์จริงของอาจารย์
พอทราบก็ดีใจมากที่ท่านหาย แล้วมีอยู่วันหนึ่งไปตลาด ก็พบหยวกกล้วยขาว รีบซื้อมาทันที ที่เชียงใหม่จะมีขายเพราะทางเชียงใหม่จะใช้แกงเมืองใส่ไก่ ได้ซื้อมา 3 ท่อน พร้อมถ่ายรูป วิธีทำ น้ำใสแจ๋ว แล้วส่งไปให้อาจารย์ชม ปรากฏว่าทำผิดไม่ใช้
จึงมีการสอบถามว่า จริงๆแล้ว คือ ส่วนไหนของต้นกล้วย ไปตลาดก็ไม่เคยพบ เจ้าแกนกล้วยที่ต้องการสักที บอกผู้ขายบางคนให้หามาขายบ้าง ก็ไม่มี จึงไม่ได้ทำดื่ม และไม่ได้เขียนบันทึกบอกกล่าวให้ดื่มกัน เพราะไม่มีภาพที่จะให้ชม เพื่อจะได้ทำกันได้ถูกต้อง เพราะเปิดอ่านในเน็ตฯก็ไม่มีภาพให้ชมค่ะ
เมื่อได้กลับไปที่บ้านสุพรรณ น้องชายตัดต้นกล้วย 100 หวีและกล้วยน้ำว้า ที่ออกเครือและไม่ออกเครือไว้ ก็ได้โอกาสทำและเก็บภาพพร้อบเผยแพร่ ข้อมูล วิธีทำ ประโยชน์ ฯ ไว้ในบันทึกนี้เป็นข้อมูลที่อาจารย์สุวัฒน์ เขียนส่งมาให้โดยตรง รวมกับข้อมูลที่อาจารย์ทราบจากในอินเตอร์เน็ต ท่านก็ส่งมาให้อ่านด้วย หากท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่ม คลิก Google เรื่อง น้ำต้มหยวกกล้วย ได้ค่ะ
ก่อนที่จะมาเขียนบันทึก ก็นึกอยู่ตลอดว่า เจ้าแกนกล้วยนี้จริงๆแล้วเรียกว่าอะไรของต้นกล้วย เพราะลำต้นกล้วยที่เราเรียกต้นกล้วยนั้นจริงๆแล้ว เป็นกาบกล้วยทั้งหมดตั้งแต่โคนถึงใบ ก็มาสรุปที่ "แกนกล้วย"ค่ะ กล้วยปลูกง่ายและมีอยู่ทั่วไปนำมาต้มดื่มกันบ้างนะคะเพื่อสุขภาพ สิ่งที่ตัดทิ้ง ปล่อยแห้ง ไปเฉยๆสามารถช่วยชีวิตรอดและร่างกายแข็งแรงได้ หากมีผู้ป่วยหรือต้องการจะทำดื่ม เมื่อเห็นกล้วยออกปลี ก็ตัดต้นนำแกนกลางต้นมาต้มดื่มได้เลยไม่ต้องรอให้มีลูกก็ได้นะคะ
สรรพคุณ
ช่วยให้ระบบขับถ่ายปัสสาวะเป็นปรกติ ล้างตับ ไต ไส้พุง สารพิษต่างๆ ภายในร่างกายผ่านออกทางปัสสาวะ ทั้งยังช่วยละลายนิ่วในไต ถุงน้ำดี และต่อมลูกหมาก ให้หมดไปอีกด้วย

วิธีทำ
ลอกกาบกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้ถึงไส้แกนใน แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนๆ ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุง เก็บในตู้เย็น แช่ช่องผัก เวลาใช้ให้นำออกมา ครึ่งกิโลกรัม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆต้มกับน้ำ 2 ลิตร โดยต้มน้ำให้เดือดก่อนจึงหรี่ใช้ไฟอ่อน จากนั้นใส่แกนกล้วยในต้นกล้วยลงไป ต้มต่อให้เดือดด้วยไฟอ่อน 10 นาที ยกลง นำน้ำที่ต้มได้มาดื่ม

วิธีใช้
ดื่มครั้งละ 1 แก้วก่อน 30 นาทีก่อนอาหาร เช้า กลางวัน และเย็น

หมายเหตุ 
ท่านที่มีปัญหา ท้องอืด แน่นท้อง หลังรับประทานอาหาร ปวดท้อง ปวดเอว ถ่ายปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปัสสาวะขุ่นไม่ใส ปวดแข้ง ปวดขา หนักตัว ให้ดื่มต่างน้ำทั้งวัน วันละ 2 ลิตร โดยดื่มหลังตื่นนอน ตอนเช้า ก่อน 3 แก้ว จากนั้นทยอยดื่ม ส่วนที่เหลือ ก่อนอาหาร 30 นาที หลังอาหาร 40 นาที ดื่มทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปรกติ

ส่วนสรรพคุณทางโบราณ
ส่วนที่ใช้ :
หัวปลี เนื้อกล้วยน้ำว้าดิบ หรือห่าม กล้วยน้ำว้าสุกงอม ราก ต้น ใบ ยางจากใบ

สรรพคุณ :
ราก - แก้ขัดเบา
ต้น - ห้ามเลือด แก้โรคไส้เลื่อน
ใบ - รักษาแผลสุนัขกัด ห้ามเลือด
ยางจากใบ - ห้ามเลือด สมานแผล
ผล - รักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องเสีย ยาอายุวัฒนะ แก้โรคบิด รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แก้ริดสีดวง

กล้วยน้ำว้าดิบ - มีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้แก้อาการท้องเดิน แก้โรคกระเพาะ และอาหารไม่ย่อย

กล้วยน้ำว้าสุกงอม - เป็นอาหาร ยาระบาย สำหรับผู้ที่อุจจาระแข็ง หรือเป็นริดสีดวงทวารขั้นแรกจนกระทั่งถ่ายเป็นเลือด

หัวปลี - (ช่อดอกของต้นกล้วย จำนวนไม่จำกัด) ขับน้ำนม
วิธีและปริมาณที่ใช้ :

ขับน้ำนม - ใช้หัวปลีแกงเลียงรับประทานบ่อยๆ หลังคลอดใหม่ๆ

แก้ท้องเดินท้องเสีย
ใช้กล้วยน้ำว้าดิบหรือห่ามมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มนานครึ่งชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 ถ้วยแก้ว ให้ดื่มทุกครั้งที่ถ่าย หรือทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ใน 4-5 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ดื่มทุกๆ 3-4 ชั่วโมง หรือวันละ 3-4 ครั้ง

สรรพคุณเด่น :
แก้โรคกระเพาะ ท้องผูก
1. แก้โรคกระเพาะ - นำกล้วยน้ำว้าดิบ (ถ้าเป็นกล้วยกักมุกดิบจะดีกว่า) มาปอกเปลือก แล้วนำเนื้อมาฝานเป็นแผ่นบางๆ ตากแดด 2 วันให้แห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้รับประทาน ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำข้าว น้ำผึ้ง (น้ำธรรมดาก็ได้) รับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง และก่อนนอนทุกวัน
2. แก้ท้องผูก - ให้รับประทานกล้วยน้ำว้าสุกงอม ครั้งละ 2 ผล วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร 1/2 ชั่วโมง เวลารับประทานควรเคี้ยวให้ละเอียดที่สุด
3. แก้ท้องเดิน - ใช้เนื้อกล้วยน้ำว้าห่ามรับประทาน หรือใช้กล้วยน้ำว้าดิบ ฝานเป็นแว่น ตากแห้งรับประทาน

สารเคมีที่พบ :
หัวปลี มีธาตุเหล็กมาก
หัวปลี และราก มี Triterpene หรือ Steroid
ผลกล้วย ทุกชนิดประกอบด้วย น้ำ แป้ง โปรตีน ไขมัน เส้นใย เกลือแร่ต่างๆ (โดยเฉพาะแคลเซียม เหล็ก และโปรแตสเซียมในกล้วยหอมมีมากวิตามิน และเอนไซม์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Serotonin Noradrenaline และ Dopamine
ผลดิบ มีแป้ง Tannin acid, Gallic acid และ Pectin มาก

ส่วนกล้วยหอมสุก 

ประโยชน์ทางยาของกล้วยหอม
กล้วยหอมเป็นผลไม้ รสหวาน เย็น ไม่มีพิษ สารอาหารที่สำคัญๆ ในกล้วยหอม ได้แก่ แป้ง โปรตีน ไขมัน น้ำตาล วิตามินหลายชนิด จัดเป็นผลไม้บำรุงร่างกายดี นอกจากนี้กล้วยหอมยังสามารถใช้รักษาโรคได้หลายชนิด เช่น เป็นยาทำให้ปอดชุ่มชื่น แก้กระหาย ถอนพิษ นอกจากนี้ยังพบว่า มีฤทธิ์รักษาตามตำรับยา ดังนี้

รักษาความดันโลหิตสูง - เอาเปลือกกล้วยหอมสด 30-60 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม ถ้าเอาปลีกล้วยต้มรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกได้

รักษาริดสีดวงทวาร แก้ท้องผูก - รับประทานกล้วยหอมสุกตอนเช้า ขณะท้องว่างวันละ 1-2 ผล ทุกวัน

รักษามือเท้าแตก - เอากล้วยหอมที่สุกเต็มที่ เจาะรูเล็กๆ ที่ปลายข้างหนึ่ง แล้วบีบเอากล้วยออกมาทาที่เท้าแตก ทิ้งไว้หลายชั่วโมง จึงล้างออก จะรู้สึกดีขึ้น

ขอบคุณข้อมูล จากอาจารย์ สุวัฒน์ ทรัพยะประภา โครงการนักวิจัยอาสา ตู้ปณ.106 ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 

ข้อมูลจาก http://www.gotoknow.org/posts/432961 

No comments:

Post a Comment