เฟซบุ้คเพจ

เพิ่มเติมอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับช่องสื่อสารผ่านเฟซบุ้ค https://www.facebook.com/monsoonpages

Wednesday, August 21, 2013

MQ-1C (Improved Gray Eagle)

ยานไร้คนขับ (UAV) ของกองทัพบกสหรัฐMQ-1C ที่มีชื่อเรียกขานว่า Gray Eagle สร้างโดยบ.General Atomics
ได้มีการปรับปรุงสมรรถนะ โดย MQ-1C IGE (Improved Gray Eagle) ได้เริ่มทดสอบบินในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ยาน MQ-1C IGE นี้ได้ปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ดีขึ้น บรรจุเชื้อเพลิงได้มากขึ้นอีก 50% ทำให้บินได้นานมากขึ้นจาก 30 ชั่วโมงเป็น53 ชั่วโมง และบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้นจาก 372 กก. เป็น 558 กก.
ลำตัวของยานได้รับการแก้ไขเพื่อให้รับภาระน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีความน่าเชื่อถือและสมรรถนะในการบินมากขึ้น
โดยลำตัวใหม่ทำให้มีพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบนำร่องเพื่อป้องกันการชน Traffic Collision Avoidance System (TACS) ทำให้ยานสามารถบินในพื้นที่ที่อากาศยานพลเรือนใช้งานอยู่
ยาน MQ-1C Block1 ในปัจจุบัน น้ำหนัก 1.5 ต้น บรรทุกตัวเซนเซอร์ระบบภายใน 135.4 .. และสามารถบรรทุกตัวเซนเซอร์หรือระบบอาวุธภายนอกได้อีกจนถึงน้ำหนักที่ 227.3 กก. บินได้นาน 30 ชม. ความเร็วสูงสุด 270 กม.ต่อชม. ความยาวปีก 18 เมตร ลำตัวยาว 9 เมตร

ยาน MQ-1C Block1 สามารถ
  • บรรทุกจรวด Hellfire ได้ 4 ลูก (ยาน General Atomics MQ-1A Predator ของกองทัพอากาศสหรัฐ บรรทุกได้แค่ 2 ลูก)
MQ-1 Predator ของกองทัพอากาศสหรัฐ
  • หรือบรรทุกลูกจรวดนำวิถีขนาด 70 มม.จำนวน 12 ลูก

  • MQ-1C มูลค่าลำละ $21ล้าน(ไม่รวมค่าค้นคว้าและพัฒนา)
  • ขึ้นบินและลงจอดอัตโนมัติด้วยระบบซอฟแวร์
  • ติดตั้งระบบพิสูจน์ฝ่ายแบบบูรณาการ ทหารภาคพื้นสามารถเห็นสิ่งที่ยานฯ เห็น
กองทัพบกสหรัฐใช้เวลา 8 ปีในการพัฒนา MQ-1C และทดสอบภาคสนาม ก่อนจะได้รับการอนุญาตนำเข้าสายผลิตเต็มกำลัง ซึ่งผลิตได้ราว 20 ลำต่อปีในเดือนมิถุนายน 2013

กองทัพบกได้มี MQ-1C อยู่แล้วจำนวน 65 ลำและด้วยงบประมาณที่จำกัด อีกทั้งไม่มีสถานการณ์ร้ายแรงภายนอกหลังจากการถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานในปีหน้า กองทัพบกสหรัฐวางแผนที่จะมี MQ-1C จำนวน 152ลำพร้อมสถานีควบคุมภาคพื้นดีน 31 สถานี แต่ก็ไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่า MQ-1C IGE จะผลิตจำนวนเท่าไร หรือ MQ-1C Block 1 จำนวนเท่าไรจะได้รับการปรับปรุงอัพเกรด

ยานไร้คนขับ MQ-1C หน่วยแรกของกองทัพบกสหรัฐได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยมีชื่อว่า the U.S. Army 160th SOAR (Special Operations Aviation Regiment) ซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ SOCOM (Special Operations Command) โดยถูกใช้ในการปฏิบัติการในอีรัค ปี 2010 เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบขั้นสุดท้าย

หลังจากนั้นสหรัฐได้เริ่มส่งหมวด MQ-1C (หมวดหนึ่งมี 4 ลำ) เข้าสู่อัฟกานิสถานในปี 2011 และเพิ่มเติมมากขึ้นอีก

กองทัพบกเดิมวางแผนจะให้ทุกกองพลรบมี 1 กองร้อย MQ-1C(จำนวน 12 ลำ) และจัดตั้งอีก 36 กองร้อย แต่ก็ถูกลดอัตราให้เหลือแค่กองพลรบละหนึ่งกองร้อยเท่านั้น
ณ เวลานี้ในแต่ละกองพลรบจะมี mini UAV จำนวน 35 ระบบบรรจุอยู่ โดยประกอบไปด้วย UAV 3 แบบ ส่วนมากจะเป็น AeroVironment RQ-11 Raven แต่ก็มีอีกไม่น้อยกว่า 10 ระบบที่เป็น UAV ขนาดใหญ่กว่า คือ AeroVironment RQ-20 Puma
RQ-20 Puma
ซึ่งหมายความว่าในแต่กองพลรบมีเครื่อง UAV มากกว่าหนึ่งร้อยเครื่อง แต่จะมีเครื่อง UAV ขนาดใหญ่เพียงแค่ 12 เครื่องเท่านั้นที่อยู่ในกองร้อย UAV คืออาจจะเป็น RQ-7 Shadow จำนวน 8 เครื่อง และ MQ-1C จำนวน 4 เครื่อง
RQ-7 Shadow
ปัจจุบันกองทัพบกสหรัฐมีเครื่อง UAV อยู่เกือบ 7,000 เครื่อง มากกว่า 85เปอร์เซนต์เป็น UAV ขนาดเล็กคือ Raven และ Puma โดยกองทัพกำลังดำเนินการใช้จ่ายเงินที่หายากเพื่อตัวเซ็นเซอร์ใหม่สำหรับ UAV ที่มีอยู่ และอุปกรณ์ใหม่อื่น ๆ เช่นเครื่องยนต์, ปีก ฯลฯ สำหรับเครื่อง Shadow

ปัญหาเรื่องงบประมาณทำให้กองทัพบกจะต้องทำให้ MQ-1C และ RQ-7 ที่มีอยู่สามารถปฏิบัติงานให้ได้จำนวนมากที่สุด

No comments:

Post a Comment